xauusd

xauusd เก็งกำไรทองคำ,เทรดทอง (XAUUSD,GOLD) วิเคราะห์

ราคาทองคำได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดการเงินทั่วโลก ทองคำเป็นพื้นฐานของระบบทุนนิยมทางเศรษฐกิจเป็นเวลาหลายร้อยปีจนกระทั่งมีการยกเลิกมาตรฐานทองคำ ซึ่งนำไปสู่การขยายตัวของระบบเงินตรา ซึ่งเงินกระดาษไม่ได้มีการสนับสนุนด้วยรูปแบบการสร้างรายได้ทางกายภาพ ตัวย่อ AU เป็นรหัสสำหรับทองคำในตารางธาตุของธาตุและราคาด้านบนนั้นเป็นการเสนอราคาทองคำเทียบต่อเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นเกณฑ์สำหรับวัดค่าทองคำทั่วโลก UFABET

วิเคราะห์กราฟ “ทอง” (XAUUSD)

ทองเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับคนลงทุน เพราะคนไทยติดใน Top 10 ของประเทศที่นิยมในทอง ทั้งในรูปแบบของเครื่องประดับและการลงทุน ดังนั้นเราจึงมีร้านทองมากมายในประเทศไทยรวมทั้งโบรคเกอร์ที่ให้ลงทุนในทองทั้งในรูปแบบ ทองคำแท่ง, Gold Future และ Gold Spot ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

จากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้เขียนไว้เพจ ไฮโซชาวดอย ที่ว่าทองนั้นจะทำรูปแบบของ Sideway ไปเรื่อยๆ เป็นเวลา 1 ปีกับ 9 เดือนก่อนที่จะสามารถขึ้นต่อได้ ซึ่งอันนี้เป็นสูตรการคำนวนจากสถิติที่มีคนเก็บมากว่า 100 ปี ของการทำรูป Pattern ที่ชื่อว่า Asending Triangle ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ไปลองอ่านดูนะครับ

ทีนี้คำถามต่อไปแล้วอีก 1 ปี กับ 9 เดือนต่อจากนี้เราจะทำอะไร? แล้วจะลงทุนอย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่าทองนั้นเป็น Comodities คือเป็นสินค้าที่มีต้นทุน หลายคนพยายามบอกผมว่าจริงๆแล้วทองหน้าเหมืองนั้นราคาแค่ 620 USD อันนั้นจริงครับ Polyus ในรัสเซียนั้นผลิตได้ราคานั้นจริงๆ แต่คุณรู้ไหมว่า Polyus นั้น ผลิตแค่เพียง 7% ของการใช้ของโลกเท่านั้น แล้ว Polyus ก็ไม่ได้ขายในตลาดโลก เพราะเกือบ 100% นั้นขายให้ธนาคารกลางรัสเซียเท่านั้น แต่ถ้าเราไปเอาคนผลิตอย่าง Berrick, Newmonth และ AngoGold ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในโลกนี้ และ Supply รวมถึง 60% ของยอดทองทั่วโลกนั้นราคาหน้าเหมืองถ่วงนั้นหนักแล้วคือ 894 USD นี่คือหน้าเหมืองไม่รวม ขนส่ง ค่าประกัน ค่าภาษี ซึ่งรวมแล้วก่อนกำไร ราคาทองต้นทุนนั้นประมาณ 1040 USD ถามว่าสามารถลงมาตรงนี้ได้ไหม ได้ครับ แต่…ลองคิดดีๆ ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจแต่คุณต้องขายของราคาต่ำกว่าทุนที่คุณผลิต คุณจะผลิตไหม แน่นอน ทุก Ounce ที่ขุดคือขาดทุน ดังนั้นโอกาสนั้นน้อยมากที่จะมาถึงตรงนี้ หรือถ้ามาตรงนี้ Supply หยุดขุดในที่สุดราคานั้นก็ขึ้นเอง ดังนั้นโอกาสต่ำกว่าตรงนี้แทบจะมองไม่เห็นอีกต่อไป แต่ก็ยังมีคนบอกอีกว่า แต่ทองเมื่อปี 2000 ราคาขุดดมันแค่หลัก 100 เหรียญเองนะ 20 ปี ค่าขุดจะขึ้นมา 800-900% เลยเหรอ? ครับไม่ใช่ค่าขุดแพงขึ้นครับ แต่ค่าเงินที่เราถือต่างหาก ที่ด้วยค่าลง ทีนี้ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานนะ คุณก็จะรู้ว่าคุณควรคงลงทุนเมื่อไหร่

ที่นี้เรามาวิเคราะห์กันที่กราฟนี้กัน…ถ้าเราดูโซนด้านล่างตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ทองยกตัวสูงขึ้นมาเรื่อยๆจาก 1046 มาที่ 1151 แล้วก็ 1160 โดยมีค่าเฉลี่ยของ 3 ปีสูงขึ้นปีละ 38 USD ดังนั้นถ้าจากจุดต่ำสุด ทองก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 1,200 USD ในปีนี้ ตามภาพที่เห็นนี้ โดยมีแนวต้านที่สถิติบอกกับเราว่าจะไม่ขึ้นสูงกว่า 1380 ในอีก 1 ปี กับ 9 เดือน ซึ่งหมายความว่าความห่างใน 1 ปี กับ 9 เดือนนี้ทองจะวิ่งในกรอบประมาณ 180 USD !!!

สิ่งแรก ไม่สมควรทำคือ ลงทุนในทองคำแท่ง จนกว่าจะพบ Low ใหม่ของปีนี้ซึ่งอยู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย เพราะคุณไม่มีทางที่จะทำกำไรได้มากกว่า 10% เลย ซึ่งไม่แค่กรอบที่แคบที่วิ่งทำกำไรยากเท่านั้น แต่ด้วยกรอบที่แคบ แล้วต้องอิงค่าเงินบาท เผลอๆ Buy ที่ 1200 ขึ้นไป 1300 ก็ยังเท่าทุน แล้วถ้าติดดอยเพราะค่าเงินบาทอาจจะต้องทนถือมากกว่า 2 ปี

สิ่งที่สองการลงทุนนั้นสมควรรอ โดยผมแบ่งโซนออกมาเป็น โซน Buy และ โซน Sell ถึงถ้าเข้ามาสู่โซนค่อยเล่น นั่นก็หมายถึงอาจจะต้องใช้ระยะเวลารอ แต่ก็ดีกว่าเล่นตรงนี้ เพราะคุณอยู่ตรงกลาง มีแต่การเดาว่าจะขึ้นหรือลง

สิ่งสุดท้าย มองการลงทุนแบบอื่นบ้างในระหว่างรอ เพราะเงินในมือคุณที่ถือนั้นด้อยค่าตามอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวัน ซึ่งทองนั้นไม่ได้ให้ผลกำไรมากกว่าเงินเฟ้อ แถมมีขาดทุนด้วย แล้วก็ด้วยมันอยู่แนวตรงกลางกรอบ ณ ตอนนี้ก็ไไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปฟาดฟันกับมัน

เทรดทองคำ (XAUUSD, GOLD) ต้องดูอะไรบ้าง

สำหรับท่านที่ชอบเทรดทองคำ ท่านต้องทราบว่าประเทศไหนที่เก็บทองไว้มากที่สุดในโลก คำตอบก็คือ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เฟค เพราะฉนั้น Gold หรือ XAUUSD เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา จึงมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวขึ้นหรือลงนั่นเอง

สำหรับการเล่นทอง หรือเก็งกำไรทองคำ มีหลักวิธีการจำง่ายๆ ก็คือ ในภาวะเศรษกิจย่ำแย่หรือ หุ้นตก เกิดภาวะสงคราม เพื่อความปลอดภัยนักเก็งกำไรก็จะถือทองเก็บไว้กัน คนจะมาถือทองมากขึ้น หรือพากันแย่งกันซื้อทองเก็บไว้ คล้ายๆ เป็นเหมือนหลุมหลบภัย(Safe Haven) แต่ถ้าภาวะเศรษกิจดี หุ้นขึ้น Down jone ขึ้น ดอลล่าร์แข็งค่า ราคาทองก็จะลดลงหรือร่วงเนื่องจากคนจะเริ่มหันไปถือเงินดอลล่าร์แทน เพื่อที่จะนำเงินไปใช้ลงทุนอย่างอื่นต่อ เพราะทองถ้าถือแล้ว เอาไปทำกำไรอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากรอให้ราคามันขึ้นลงแล้วค่อยมีกำไรประมาณนี้ เพราะราคาทองเกี่ยวข้องกับข่าวเศรษกิจของอเมริกาโดยตรง ข่าวเศรษฐกิจของอเมริกาจึงสำคัญกับทอง การเทรดทอง จึงต้องติดตามข่าวและอัพเดทอยู่เสมอๆ จะให้ดีควรอัพเดทให้เร็วที่สุด ได้จะยิ่งดี เช่นข่าวการปรับเปลี่ยน เพิ่มหรือลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด (FOMC) ถ้าหากมีเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนั่นก็หมายถึงเสรษฐกิจดี ทองก็จะลง เป็นต้น

ข่าวที่มีผลในการ เทรดทอง มีอะไรบ้าง

สำหรับข่าวที่แรงทำให้ราคาทองเคลื่อนไหวมากที่สุด ก็คือข่าว Non-Farm มีในทุกวันศุกร์แรกของต้นเดือน(เดือนล่ะครั้ง) การเล่นข่าว สำหรับทองนั้นปัจจุบันแนะนำให้เล่นข่าว USD เพราะ USD มันพ่วงอยู่กับทอง (XAUUSD)

ถ้าข่าวออกมาดีกว่าเดิม ตัวเลขทางเศรษฐกิจออกมาดีเป็นเป็นสีเขียว = ทองลง (เพราะค่าเงินดอลล่าร์แข็ง) Autual มากกว่า previous = ทองลง ก่อนข่าวจะออกเราสามารถดูจากการคาดการณ์ล่วงหน้าที่ Forecast โดยสังเกตุว่า ถ้า Forecast มากว่า Previous เยอะๆ = แนวโน้มข่าวจะออกมา เขียวคือ ดี ทำให้ทองลดลง ถ้า Forecast ใกล้เคียงหรือน้อยกว่า Previous = Actual อาจออกมาไม่ดีทำให้ทองราคาเพิ่มขึ้น และเราก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ค่าเงินอื่นๆ ก็มีผลกับทองในทางอ้อมด้วยเช่นกัน อย่างเช่นคู่ EURUSD เมื่อกราฟขึ้น ทองก็อาจจะขึ้นตามก็ได้ เพราะค่าเงินดอลล่าร์มันอ่อนนั้นเอง (ใช้ได้ในบางสถานะการณ์เท่านั้น) ข่าวเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวกับค่าเงินอื่นๆ ก็สำคัญ แต่ผลพ่วงที่มีกับทอง ก็จะมีน้อยจนแทบไม่มีเลยก็ได้

แต่มันก็สำคัญกับการเทรดที่เน้นในคู่สกุล สำหรับการเทรดคู่สกุลนั้นมีหลักวิธีการดูข่าวดังนี้

A ถ้าตัวเลข (Actual) เป็น สีแดง จะส่งผลให้ค่าเงินนั้นๆ อ่อนค่าลง เช่น สมมุติมีข่าวประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐ

คู่เงินที่มีผลกระทบ USDJPY, USDCHF, USDCAD จะทำให้ราคาของกราฟร่วงหรือดิ่งลง ประมาณ 20 – 100 จุด ส่วนคู่อื่นๆ ที่จะมีผลตรงกันข้าม EURUSD, GBPUSD, AUDUSD, NZDUSD  ราคาของกราฟก็จะขึ้น ประมาณ 20 – 100 จุด เช่นกัน   B ถ้าตัวเลข (Actual) เป็น สีเขียว จะส่งผลให้ค่าเงินนั้นๆ แข็งค่าขึ้น เช่น สมมุติมีข่าวประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐ เช่น USDJPY, USDCHF, USDCAD ราคาของกราฟจะขึ้น ประมาณ 20 – 100 จุด ส่วนคู่อื่นๆ ที่จะมีผลตรงกันข้าม EURUSD, GBPUSD, AUDUSD, NZDUSD ราคาของกราฟร่วงหรือดิ่งลง ประมาณ 20 – 100 จุด เช่นกัน จะสังเกตเห็นว่า ตัวเลขที่ออก (Actual) ยิ่งต่างจาก ค่าก่อนหน้า (Previous) มาก ยิ่งส่งผลให้ราคาขึ้น/ลง มากตามไปด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสำคัญ (Impact) ของข่าวด้วย (ข่าวที่เป็นสีเหลือง ไม่ค่อยมีผลชักเท่าไหร่) แต่บางครั้ง ถึงแม้ข่าวจะเป็นสีส้ม แต่ถ้าตัวเลขที่ต่างมีมากๆ  ราคาก็อาจจะวิ่งเยอะกว่า ข่าวที่เป็นสีแดงก็ได้เช่นกัน แล้วแต่กรณี ตามปกติข่าวส่วนใหญ่ที่ออกจะค่อนข้างช้า กว่าจะออกมา ราคากราฟก็วิ่งไปถึงไหนแล้ว ก่อนเทรดทอง เราจึงจำเป็นต้องดูเทรนของกราฟให้ดีๆ ก่อน เพราะก่อนข่าวจะออก ในกราฟนั้น มักจะแสดงบางอย่าง(ส่อแวว) ออกมาให้เห็น ให้เราคาดคะเนได้ ต้องช่างสังเกตหน่อยก็ดี